เปิดกลยุทธ์ พร้อมรบ ชิง segment อสังหาฯแนวราบ

เปิดกลยุทธ์ พร้อมรบ ชิง segment อสังหาฯแนวราบ

หากจะพูดถึงภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปีที่ผ่านมาคงต้องบอกว่าได้ “หยุดชะงัก” ไปชั่วคราว ด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรง ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2/64 ต่อเนื่องมากถึงไตรมาส 3/64 ส่งผลให้การขายและการเปิดโครงการใหม่ของหลายๆ บริษัทต้องชะงักตามไปด้วย 

แต่ถึงแม้ว่าหลายๆ โครงการจะหยุดชะงักไป แต่ก็ยังมีบริษัทหนึ่งที่ยังคงเดินหน้าเติบโตได้เรื่อยๆ อย่างมั่นคง ด้วยการสร้างกลยุทธ์ที่แตกต่างและเข้าใจในตัวลูกค้ามากที่สุด 

วันนี้การตลาดวันละตอนจะพามาดู Case study ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แนวราบเจ้านี้กันค่ะว่า เขาทำอย่างไร มีการวางกลยุทธ์ไปในทิศทางไหน และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปยังไง ในวันที่กลายธุรกิจกำลังถูกแช่แข็งอยู่อย่างนี้

สถานการณ์ศึกอสังหาฯ แนวราบในปัจจุบัน

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบนั้นยังเป็นกลุ่มสินค้าที่คนในปัจจุบันให้ความสนใจและมีความต้องการซื้ออยู่เป็นจำนวนมาก 

สืบเนื่องมาจากการดำเนินชีวิตในรูปแบบ New Normal ทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่ใช้สอยในบ้านเพื่อให้รองรับกับการทำงานและการใช้ชีวิตวิถีใหม่กันมากขึ้น ประกอบกับการที่คนยุคใหม่นั้นต้องการพื้นที่และความเป็นส่วนตัว จึงทำให้ที่อยู่อาศัยแนวราบนั้นได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และยังสามารถสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าเมื่อเป็นสินค้าขายดีที่คนให้ความสนใจจึงทำให้การแข่งขันในตลาดนี้สูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเห็นโอกาสและพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบเข้ามาในตลาดมากขึ้นทำให้การแข่งขันรุนแรงและมีซัปพลายแนวราบเข้ามามากขึ้นด้วยเช่นกัน

ครบถ้วนทั้ง Smart Product และ Excellent Service 

ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเจอพิษโควิค-19 เข้าไปจนทำให้หลายโครงการเกิดการชลอตัว แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘Britania’ (บริทาเนีย) นั้นถือเป็นหนึ่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและบริการที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ด้วยทำเลของโครงการที่โดดเด่น อยู่ในทั้งกรุงเทพฯปริมณฑลรวมถึงนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการนำแนวคิด ‘Human Centric’ มาใช้เป็นหลักการสร้างสรรค์บ้านยุคใหม่ที่ดีพร้อมทั้งฟังก์ชันใช้สอยและงานดีไซน์ โดยคำนึงถึงการสะท้อนคุณค่าและตัวตนของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก

ทั้งรูปแบบโครงการ คอนเซ็ปต์ และการตกแต่งภายในจะถูกดีไซน์ขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique Design) โดยมีการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และการบริการหลังการขายที่เอาใจใส่ลูกค้าเหมือนดูแลคนในครอบครัว ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

แบ่งเป็น 4 แบรนด์หลัก ตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

1. เบลกราเวีย (Belgravia)

โครงการบ้านเดี่ยว มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือเจ้าของธุรกิจ ที่มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 35 – 50 ปี เป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตามใคร ทันสมัย มีฐานะมั่นคง โดยมีรายได้ต่อเดือน 500,000 บาท ขึ้นไป

2. แกรนด์ บริทาเนีย (Grand Britania)

โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มีกลุ่มเป้าหมายเป็นครอบครัวขนาดกลาง ที่มีอายุเฉลี่ย 35 – 50 ปี อาจจะเป็นพนักงานบริษัทระดับบริหาร หรือเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่มองหาสิ่งต่างๆ ที่ช่วยเติมความสมบูรณ์แบบของชีวิต มองอนาคต ต้องการความสงบเพื่อการพักผ่อนกับครอบครัว โดยมีรายได้ต่อเดือน 130,000 -500,000 บาท ขึ้นไป

3. บริทาเนีย (Britania)

โครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม กลุ่มเป้าหมายของบ้านแบรนด์นี้จะเป็นกลุ่มครอบครัวเริ่มต้น ที่มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 25 – 40 ปี เป็นกลุ่มวัยทำงาน พนักงานบริษัท และเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มองหาความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และต้องการพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆตนเองชื่นชอบ โดยมีรายได้ต่อเดือน 50,000 – 130,000 บาท ขึ้นไป

4. ไบรตัน (Brighton)

โครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม เป้าหมายของบ้านแบรนด์นี้จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 25 – 35 ปี หรือเป็นกลุ่มลูกค้าที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงานในช่วงแรกๆ (First Jobber) มีความทันสมัย เข้าใจเทคโนโลยี ไม่ยึดติดและมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การชีวิตของตนเองได้ โดยมีรายได้ต่อเดือน 30,000 – 50,000 บาท ขึ้นไป

จุดแข็งในเชิงธุรกิจ

การจะยืนหนึ่งเป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในใจผู้บริโภครุ่นใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะต้องมีจุดแข็งที่สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นและแตกต่างกว่าผู้ประกอบการเจ้าอื่นๆ 

  • การออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

สำหรับจุดแข็งจุดแรกของ Britania ก็คือ การออกแบบบ้านและให้บริการภายใต้แนวคิด Human Centric โดยมีการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการพื้นฐานของผู้อยู่อาศัยรวมถึงปัญหาต่างๆ ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Customer Pain Point) เพื่อออกแบบโครงการที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ทำให้แบบบ้านได้รับการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายหลัก

  • การบริหารต้นทุนโครงการอย่างมีระบบและได้มาตรฐาน 

อย่างที่เรารู้กันดีว่าการบริหารต้นทุนการก่อสร้างนั้น ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทาง Britania เองก็ มีหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่คัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้จัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง 

  • มีทีมงานที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานาน

ไม่เพียงแค่กรรมการ ผู้บริหาร และทีมงานที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานาน ผู้บริหารของบริษัทฯ มีประสบการณ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยมากกว่า 10 ปี และกรรมการของบริษัทฯ มีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถจากหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงมีทีมงานที่มีประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างดี

เลือกใช้กลยุทธ์เด็ดที่โดดเด่นกว่า

ไม่เพียงแต่จุดแข็งในเชิงธุรกิจเท่านั้นที่ทำให้ Britania สามารถขยายอาณาจักรได้ในวงกว้าง แต่มีการเลือกใช้กลยุทธ์ที่แกร่งพอจะเจาะตลาดอสังหาฯ แนวราบในทุกมิติ ครอบคลุมทุก Segment 

สำหรับกลยุทธ์ที่ Britania ใช้ขยายอาณาจักรนั้นประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

1. กลยุทธ์ในการเลือกทำเลที่ตั้งของโครงการ

คำกล่าวว่า “ทำเลดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” ที่เคยได้ยินมาจนคุ้นหูนั้นยังคงเป็นจริงตามความหมาย ดังนั้น Britania ก็เลยให้ความสำคัญในเรื่องของทำเลที่ตั้งของโครงการเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

ซึ่งบริษัทจะบุกเดินหน้าเลือกทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยในทุกๆ ทำเลจะต้องต้องอยู่ใกล้ทางด่วน ถนนสายหลัก ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ หรือแหล่งคมนาคมที่สำคัญและเดินทางสะดวก 

นอกจากนี้ Britania ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากเป็นแหล่งงานคุณภาพสูงจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้มีแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้นด้วย

2. ขยายกลุ่มลูกค้าในแต่ละ Segment

จากเดิมที่ Britania จะเจาะตลาดกลุ่ม Middle Income ด้วยโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮมแบรนด์บริทาเนียที่อมีราคาอยู่ในช่วง 3-7 ล้าน ก็มีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 3 แบรนด์เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าใน

เซ็กเมนท์ที่หลากหลายมากขึ้น ได้แก่ แบรนด์ Belgravia เป็นบ้านเดี่ยวลักชัวรี่, Grand Britania บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม Britania บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

 และ Brighton แบรนด์บ้านแฝดและทาวน์โฮม 

3. ดีไซน์ชีวิตได้ในแบบที่รัก

กลยุทธ์นี้เรียกได้ว่าสอดคล้องกับแนวคิด A Life You Love ใช้ชีวิตในแบบที่คุณรัก ที่เป็น Tagline ที่สะท้อนตัวตนของ Britania ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแต่ละโครงการจะมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique Design) เพื่อให้แต่ละโครงการมีความโดดเด่น ดึงดูดต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อสร้างความประทับใจและสะท้อนสไตล์ในแบบที่เป็นตัวเอง

4. ใช้กลยุทธ์ Blue Ocean เจาะกลุ่มลูกค้า Innovative Lover

Britania เลือกใช้กลยุทธ์ Blue Ocean ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ในการเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความแตกต่าง และไม่ต้องแข่งขันในตลาดแบบเดิมๆ ด้วยการนำเทคโนโลยี และ

นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการจัดการชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้สะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น เป็นการเชื่อมต่อระบบการสื่อสารไร้สายเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์กว่าเดิม

เตรียมสยายปีกเข้าตลาดหุ้น

นอกจากการสร้างรากฐานอาณาจักรให้แข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ที่โดดเด่นและแตกต่างแล้ว  ยังมีข่าวแว่วมาว่า ทาง Britania ยังได้เตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นในเร็วๆ นี้ด้วย 

ซึ่งทางบริษัทเองได้มีการยื่นแบบแสดงข้อมูล หรือ แบบ Filling กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) โดยมี บล.กสิกรไทย และ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และคาดว่าจะมีการนำเสนอรายละเอียดชัดเจนในช่วงต้นปี 65 และจะเข้า SET ได้ภายในปีหน้า

ซึ่งวัตถุประสงค์ของการเข้าระดมทุนของบริษัทในครั้งนี้ก็เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขาย IPO ไปใช้สำหรับเงินทุนในการพัฒนาโครงการและการขยายธุรกิจ เพื่อชำระเงินกู้ยืม และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการนั่นเอง

โดยนับตั้งแต่ปี 2560-2564 ทาง Britania เองก็ได้มีการพัฒนาและขยายโครงการอย่างก้าวกระโดด จาก 1 โครงการในปี 2560 เพิ่มเป็น

23 โครงการในปี 2564 ซึ่งตัวเลขการเพิ่มจำนวนโครงการที่รวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและการเติบโตของบริษัทฯ ที่สามารถขยายอณาจักรไปยังทำเลศักยภาพต่างๆ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมในโซนภาคตะวันออก ด้วย

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์อสังหาฯ แนวราบที่มาแรง และน่าสนใจมากแบรนด์หนึ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีความโดดเด่นเรื่องทำเล และคุณภาพของตัว Product และ Service แล้ว Britania ยังคงสร้างความแตกต่างอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และไม่ซ้ำกับเจ้าอื่นในตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผนวกรวมเข้ากับตัวบ้าน ทำให้บ้านมีจุดเด่นที่สามารถดึงดูดคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

และสำหรับใครที่สนใจ IPO ของ Britania คงต้องอดใจรอกันอีกหน่อยแล้วขยันตามข่าวกันอีกนิด เชื่อว่าไม่นานเกินรออย่างแน่นอน 

Bambinun*

Bambinun*

Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน ที่หลงรักการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ พอๆ กับการกินของอร่อย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเป็นทาสแมว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *