Conversational Commerce ในรูปแบบของ Twitter TH

Conversational Commerce ในรูปแบบของ Twitter TH

ที่ผ่านมาเราได้ยินเรื่องของ Conversational Commerce หรือ Social Commerce อะไรแบบนี้กันมาบ่อยแล้ว ไม่ว่าจะบนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ LINE วันนี้เรามาดูในรูปแบบของ Twitter TH กันบ้าง ว่า Conversational Commerce ของเค้าเป็นแบบไหน แล้วเหมาะกับธุรกิจอะไรบ้างค่ะ

เท้าความก่อนว่า Conversational Commerce / Social Commerce หรือ Chat Commerce เนี่ย คือการค้าขายแบบที่ต้องคุย ต้องแชท ต้องมีบทสนทนาเกิดขึ้นก่อนค่ะ โดยที่บ้านเราหรือคนไทยเนี่ยเป็นกันค่อนข้างมาก เวลาจะซื้ออะไรก็ต้องทักพ่อค้าแม่ค้าเข้าไป เพื่อสอบถามเพิ่มเติม พูดคุยต่างๆ นาๆ ก่อนทำการโอนเงินเพื่อซื้อของ

ซึ่งหากเรามองในแง่ของแพลตฟอร์ม Facebook หรือ LINE เราก็จะเห็นว่า แพลตฟอร์มพวกนี้ค่อนข้าง Support ในส่วนของการแชทพูดคุยอยู่แล้ว แต่ Twitter TH ละ เค้าเป็น Conversation กันอย่างไร มาดูไปพร้อมๆ กัน กับข้อมูลจาก Media Donuts ในงาน #DSME2020 ที่ผ่านมาค่ะ

ปัจจุบันคนไทยที่เล่น Twitter อยู่ แบ่งออกเป็นผู้หญิง 51% และชาย 49% ซึ่งไม่ได้โดดไปทางเพศใดเพศนึงอย่างชัดเจน โดยความสนใจของผู้หญิงนั้นจะเน้นไปทางเรื่องของอาหารการกิน ส่วนของผู้ชายนั้นจะเน้นไปที่เรื่องของ Gadget เป็นหลักค่ะ

โดย Twitter ได้ทำการแบ่ง Characters ของคนใช้งานทวิตเตอร์ออกเป็น 3 อย่าง นั่นก็คือ

  • Receptive: หรือเป็นกลุ่มคนที่เปิดกว้าง อยากรู้ อยากเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในสังคม
  • Influential: คนตัวเล็กไม่ว่าจะมี Followers เยอะหรือไม่ก็สามารถมีพลังในการ Influence คนอื่นได้ เพราะใช้งานผ่าน Hashtags มากกว่า
  • Results: คนที่มี High Purchasing Power และพร้อมที่จะทดลองสินค้าใหม่ๆ เพื่อมารีวิวก่อนใคร

ซึ่งพื้นที่ Conversational ของเค้าไม่ใช่ที่ไหน แต่เป็นบนทวิตเตอร์ หน้า Feed หน้า Timeline ใหญ่เลย โดยคนจะเริ่มจากการ Tweet ข้อความก่อน แล้วก็จะมี Reply จากคนอื่นๆ เข้ามาต่อเนื่อง

Conversational commerce from Twitter TH

เพราะวันนี้ Twitter กลายเป็นเหมือน Marketplace ที่คนจะสามารถเข้ามาถามหาสินค้าได้ ถามหารีวิวได้เลย เช่นการใช้ Hashtag อย่าง #ตลาดนัด หรือว่า #ตลาดนัดเกาหลี และอีกมากมายตามชื่อวงศิลปิน

รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ Hashtag เพื่อตามหาสิ่งของที่ต้องการ เช่น #ตามหาแล้วต่อด้วยสินค้าที่อยากได้ #ตามหาลิป Dior เบอร์ 14 อะไรแบบนี้เป็นต้น โดย Reply ที่จะเข้ามา ก็คือการบอกพิกัด แนะนำร้าน ว่าให้ไปซื้อร้าน Shopee นี้ หรือใน Instagram Account นี้นะ 

โดย Conversation Flow ของคนบนทวิตเตอร์เนี่ย มีหลักๆ อยู่ 5 ช่วงด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ

Conversational Commerce Twitter TH
  • Conversation starts: ก็คือช่วงก่อนแรงพีคจะมาประมาณ 6-7 วัน จะมีบางคนที่เริ่มประเด็นขึ้นมาก่อน เช่น ในกรณีของเทศกาล 9.9 ที่ผ่านก็จะเป็นการแจกโค้ดส่วนลด หรือบอก Tips ในการซื้อของให้เร็ว ให้ทัน และได้ราคาดีที่สุด
  • Warm-up: หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงอุ่นเครื่อง ที่คนเริ่มมาคุยเรื่องประเด็นมากขึ้น เหมือนไฟเริ่มร้อน ถ้าเป็นช่วงเทศกาล 9.9 ก็คือ เวลาที่คนเริ่มถกกันว่าอันไหนน่าซื้อ อันไหนควรเอาออกจากรถเข็นค่ะ
  • Event Day: ก็คือวันที่ Conversation พุ่งสูงสุดแตะ Index ที่ 100 อะไรแบบนั้น ทำให้เกิดกระแสติด Trending ขึ้นมาค่ะ ถ้าเทียบก็คือเป็นวันที่เทศกาล 9.9 เกิดขึ้นนั้นเอง
  • Unboxing: ช่วงนี้จะเป็นเหมือนควันหลงของงานหรือประเด็นร้อนต่างๆ ที่จะยังอยู่อีกประมาณ 2-3 วันหลังวันงาน ซึ่งช่วงนี้สำหรับเทศกาลขายของ ก็จะเป็นที่คนเริ่มได้ของกันแล้ว และมาแกะกล่องโชว์ถึงเซอร์ไพรส์ต่างๆ ไม่ว่าจะของเละของพังจนเซอร์ไพรส์ หรือของสวยมาก ได้ของแถมอีกเพียบ ทั้งๆ ที่ซื้อแค่ 1 ชิ้นได้ของแถมเป็นสิบค่ะ เท่านี้ก็คือ Advocacy ของแบรนด์
  • Aftermath: อันนี้จะเป็นช่วงที่กระแสเริ่มซาลงแล้ว แต่ยังพอมีคนพูดถึงอยู่บ้าง ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่คนมารีวิวของที่ใช้หรือได้มาจากงาน 9.9 ก็ได้ ซึ่งเป็นโอกาสดี ที่แบรนด์จะได้เรียนรู้จากลูกค้าจริงๆ ค่ะ
Twitter TH Billy donuts

โดย Twitter ก็ได้ทำการยกตัวอย่างเคสนึง ของธุรกิจ SMEs ในต่างประเทศชื่อว่า Billy Donuts ซึ่งหลังจากการเปิดร้านได้ไม่กี่วันก็มีลูกค้าน้อยมาก จนพ่อของ Billy ถึงกับท้อแท้ ตัว Billy เองก็เลยถ่ายรูปพ่อเค้าแล้ว Tweet ข้อความลงบน Twitter ว่า ‘พ่อของผมเศร้า เพราะร้านขายโดนัทไม่ออกเลย’

Twitter TH

ซึ่งหลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาตอบว่า ขอที่อยู่หน่อยเดี๋ยวจะไป และมีอีกหลายๆ คนที่เข้ามา Retweet จำนวนมาก ส่งผลให้วันต่อๆ มาโดนัทขายดิบขายดีขึ้นมา จนกลายเป็นข่าวค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ Twitter TH ในรูปแบบ Conversational Commerce หรือจริงๆ เพลินว่าน่าจะเป็น Community Commerce มากกว่าค่ะ หาธุรกิจหรือแบรนด์ไหนที่กำลังมองหาตลาด แล้วไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี อาจจะเริ่มจากการอิง Trend ผ่าน Hashtag บนทวิตเตอร์ดูก่อน เพราะอย่างที่บอกว่า ถึงแม้คนติดตามของคุณจะมีแค่ระดับเลข 10 หรือ 100 แต่หากคุณอิงกระแสที่เข้ากันกับสินค้าของคุณ นั่นก็เป็นการตลาดเกาะกระแสที่ดีที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราไปต่อได้ในวันนี้ค่ะ

ใครที่สนใจทำการตลาดบน Twitter อย่าลืมอ่านเรื่องของ Algorithm ของแพลตฟอร์มเพิ่ม ตรงนี้ได้เลยนะคะ

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *