บรอดแคสต์ LINE ยังไงให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย และคงประสิทธิภาพ

บรอดแคสต์ LINE ยังไงให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย และคงประสิทธิภาพ

บทความนี้อยากชวนผู้ใช้งาน LINE OA คุยเกี่ยวกับวิธีการ บรอดแคสต์ ที่จะทำให้ใช้ข้อความต่อครั้งในการบรอดแคสต์น้อยลง และทำให้บรอดแคสต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น มุ่งไปที่การใช้งานฟีเจอร์ “กลุ่มเป้าหมาย” โดยจะขอเชิญชวนให้ลองสร้างกลุ่มเป้าหมายเพื่อมาใช้ในการบรอดแคสต์กัน

บรอดแคสต์ LINE ยังไงให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย และคงประสิทธิภาพ

เริ่มจาก อยากขอให้ผู้อ่านทุกท่านที่ใช้งาน LINE OA อยู่แล้ว กดเข้า LINE OA ของท่านเอง และไปดูข้อมูลใน “ข้อมูลเชิงลึก” และดูที่ “บรอดแคสต์” ก่อนเลย

หลังจากดูข้อมูลจะพบว่า จำนวนคนที่คนที่ “เปิด” ดูบรอดแคสต์ของ มีจำนวนประมาณเท่าเดิม ไม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละครั้งของการบรอดแคสต์ โดยตรงจำนวนการเปิดของเพื่อนเหล่านี้แหละ ที่เราจะนำไปสร้างกลุ่มเป้าหมายต่อไป

จากการทดลองการใช้กลุ่มเป้าหมายในการบรอดแคสต์ ทำให้แบรนด์ใช้ข้อความน้อยลง
แต่ยังคงประสิทธิภาพในการบรอดแคสต์ได้เกือบเท่า ๆ เดิม

ผู้เขียนได้ทำการสร้างกลุ่มเป้าหมาย เพื่อใช้ในการบรอดแคสต์ กับบัญชีที่มีผู้ติดตามที่อยู่ประมาณเกือบ 480,000 คน โดยสร้างกลุ่มเป้าหมายที่ดูบรอดแคสต์ 7 ครั้งหลังสุด

ตัวเลขจากบรอดแคสต์ครั้งก่อน ๆ จะมีผู้รับหรือเพื่อนทั้งหมดประมาณ 460,000 – 470,000 คน และมีอัตราการเปิดข้อความบรอดแคสต์ อยู่ที่ราว ๆ 25% หรือแสนกว่าคน โดยเมื่อสร้าง และกดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ดูบรอดแคสต์ 7 ครั้งหลังสุด ที่สร้างไว้ พบว่า มีจำนวนผู้รับอยู่ที่ประมาณ 50% ของผู้ติดตาม หรือประมาณ 228,000 คน

บรอดแคสต์ LINE ยังไงให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย และคงประสิทธิภาพ
บรอดแคสต์ LINE ยังไงให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย และคงประสิทธิภาพ

โดยเมื่อมีบรอดแคสต์ออกไป ผู้เขียนได้ทำเว้นไว้ 1 วัน และกลับไปเข้าไปดูผลตอบรับ พบว่า มีผู้เปิดบรอดแคสต์ครั้งล่าสุดที่เลือกกลุ่มเป้าหมาย ถึง 86,000 คน นับเป็นเกือบ 80% ของจำนวนที่เปิดบรอดแคสต์ปกติ และพบว่าคอนเวอร์ชั่นที่ได้จากการบรอดแคสต์ ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกัน มีลูกค้าทักแชทกลับมาซื้อสินค้า เช่นเดิม

เรามาดูกันเพิ่มเติมอีก 1 ตัวอย่าง

บัญชี OA นี้ มีเพื่อนอยู่ประมาณ 12,xxx คน โดยมีอัตราการเปิดดูบรอดแคสต์อยู่ที่ประมาณ 18% หรือ 2,xxx กว่าคน ผู้เขียนได้ทำการสร้างกลุ่มเป้าหมายที่ดูบรอดแคสต์ 2 ครั้งหลังสุด จากเพื่อนราว 12,xxx คน จะเหลือกลุ่มเป้าหมายอยู่ 3,141 คน เท่ากับใช้ข้อความน้อยลง 75% หลังจากบรอดแคสต์ไปราว 3 ชั่วโมง พบกว่ามีอัตราการเปิดอยู่ที่ประมาณ 42%

การสร้างกลุ่มเป้าหมายนั้น สามารถสร้างได้หลากหลายมากกว่ากลุ่มเป้าหมายที่เคยเห็นบรอดแคสต์ของเรา โดยสามารถสร้างได้จากข้อมูล 6 ประเภท ดังนี้

กลุ่มเป้าหมายจากข้อความบรอดแคสต์ที่ผ่านมา

1. กลุ่มคนที่คลิกข้อความบรอดแคสต์ – หากการบรอดแคสต์ที่ผ่านมา มีการใส่ลิงก์ไปด้วยไม่ว่าจะในข้อความ หรือฝังไว้ใน Rich Message ระบบก็จะเก็บจำนวนคนที่คลิกไว้

2. กลุ่มคนที่เห็นข้อความบรอดแคสต์- คนที่เปิดดูบรอดแคสต์ของเรา ตามที่กล่าวถึงในบทความนี้ ข้อจำกัดคือ กลุ่มคนที่เห็นข้อความบรอดแคสต์นั้น ระบบจะเก็บไว้เพียง 60 วันเท่านั้น หากแบรนด์ใดที่มีการบรอดแคสต์ที่ถี่ในแต่ละเดือน ก็จะมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เข้มข้นหรือเยอะ กว่าแบรนด์ที่บรอดแคสต์น้อยแน่นอน

กลุ่มเป้าหมายจากริชเมนู

3. กลุ่มคนที่คลิกริชเมนู – ริชเมนูที่ท่านเปิดใช้งานสร้างไว้ ระบบจะเก็บจำนวนคนที่คลิกในแต่ละช่องไว้

4. กลุ่มคนที่เห็นริชเมนู – คนที่เห็นริชเมนูของคุณ

และอีก 2 กลุ่ม จากการเพิ่มเพื่อน

5. กลุ่มคนจากช่องทางการเพิ่มเพื่อนต่าง ๆ – ลูกค้าที่เพิ่มเพื่อน LINE OA นั้นจะสามารถเพิ่มเพื่อนได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น การสแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อน, การค้นหาด้วย Premium ID, หรือกดเพิ่มเพื่อนจากหน้าเว็บ ฯ

6. กลุ่มคนจากแชทแท็ก ที่เราติดแท็กไว้ในแชท – ในการแชทคุยกับลูกค้าแต่ละคน คุณจะสามารถติด “แท็ก” ลูกค้าแต่ละคนไว้ได้ เช่นแท็กลูกค้าตามเดือนที่สั่งซื้อ แท็กลูกค้าตามประเภทสินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบ หรือแท็กแยกตามยอดสั่งซื้อของลูกค้า

หากผู้อ่านท่านไหนอยากศึกษากลุ่มเป้าหมายจาก Chat Tag เพิ่มเติม สามารถอ่านจากบทความนี้ได้เลย

การสร้างกลุ่มเป้าหมายใน LINE OA
ให้เข้าไปที่เมนู “กลุ่มเป้าหมาย” และกด “สร้างใหม่ได้เลยเลย

นอกจากนี้กลุ่มเป้าที่มีให้ใช้ใน LINE OA ตามที่กล่าวมานั้น หากคุณมีการเก็บข้อมูลลูกค้าในรูปแบบอื่นภายนอก เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล ก็ยังสามารถนำมาสร้างกลุ่มเป้าหมายไว้ใช้บรอดแคสต์ได้อีกด้วย โดยสามารถทำผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า Business Manager โดยจะเขียนถึงในบทความต่อไป

และทั้งหมดนี้ก็คือ บรอดแคสต์ LINE ยังไงให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย และคงประสิทธิภาพหวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ สุดท้ายนี้ในวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ทางไลน์กำลังปรับราคาแพ็กเกจ LINE OA ข่าวดีของการปรับค่าแพ็กเกจครั้งนี้ คือผู้ที่ใช้งานแพ็กเกจ Pro อยู่แล้ว จะสามารถเข้าใช้งาน My Customer CRM ได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม

ถ้าใครกำลังมองหาเครื่องมือ CRM อยู่ เครื่องมือ My Customer CRM ถือว่าออกแบบมาพร้อมใช้งาน ลูกค้าจะสะสมหรือแลกพอยท์ ทางร้านก็จัดการง่าย ลูกค้าได้พอยท์ ร้านค้าได้ยอด ช่วยเสริมพลังให้กับธุรกิจได้อย่างดี แต่ในอีกทางหนึ่งค่าและตัวแพ็กเกจและค่าข้อความ ก็จะมีการปรับขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน

สำหรับคนที่อยากศึกษา My Customer CRM สามารถอ่านจากบทความนี้ได้เลย

อย่าลืมติดตามบทความล้วงลึกเรื่องไลน์ได้จากเซลสุกิในครั้งหน้า อ่านมาถึงตรงนี้ หากมีข้อสงสัยข้อสงสัยตรงส่วนไหน หรือไปลองใช้แล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ อยากปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน สามารถแอดไลน์ ทักมาคุยกับทีมงานเซลสุกิ (Sellsuki) ได้เลยที่ LINE OA: @linebysellsuki

หรือติดตามช่องทางอื่น ๆ ของ Sellsuki ได้เลยที่

Website : sellsuki.co.th

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

จัดการ LINE Official Account หลายบัญชี แบบไม่ต้องต่อ Plugin เพิ่ม

Sellsuki

บริษัท เซลสุกิ จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม โดยใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มความได้เปรียบในเชิงแข่งขันให้กับธุรกิจ พร้อมสนับสนุนด้วยบริการด้านต่างๆ ด้วยผู้เชี่ยวชาญให้กับ SMEs ของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

#การตลาดวันละโพล ผมอยากฟังปัญหาคุณ

ตอนนี้ธุรกิจคุณมีปัญหาอะไร ?