Behavior Marketing – การตลาดแบบสกิดให้รู้ตัว

Behavior Marketing – การตลาดแบบสกิดให้รู้ตัว

ส่วนตัวต้องบอกว่าการตลาดรูปแบบนึงที่เพลินชอบมากเลยคือ การทำให้คนรู้สึกตัวเองว่ากำลังมีปัญหาแล้ว และสินค้าของเราสามารถช่วยคุณได้ การตลาดรูปแบบนี้เป็นส่วนนึงของ Behavior Marketing ค่ะ เหมือนการสกิดให้คนเอ๊ะใจ ว่าจริงๆ แล้วคุณกำลังมีปัญหาเรื่องนี้อยู่นั่นเอง

เรื่องของเรื่องคือ นักการตลาดส่วนมากมักเน้นแต่การสร้าง Need ให้คนซื้อของที่พวกเค้าไม่ต้องการ แต่ประเด็นคือคนเรามักไม่ค่อยรู้ตัวว่าเรามีปัญหาในขนาดที่ต้องหา Solution จนกว่าสิ่งนั้นจะกระทบมากๆ จนรู้สึกด้วยตัวเอง ถ้าให้พูดจริงๆ แบบให้เห็นภาพก็คือ สมมุติว่าคุณเริ่มคันศรีษะบ่อยๆ คุณเริ่มรู้แล้วแหละว่าคุณมีปัญหา แต่มันยังไม่ได้กระทบชีวิตคุณมากนัก คุณก็เลยยังไม่ได้หาทางแก้ไขมัน จนกว่าปัญหาการคันนั้นจะเริ่มรุนแรงถึงขั้นหนังศรีษะลอกเป็นแผ่นๆ สระผมแล้วเริ่มแสบ เป็นต้น

นั่นแหละ Behavior Marketing แบบที่ทำให้คนเริ่มรู้ตัวก่อนเนิ่นๆ ว่าพวกเค้ากำลังมีอาการที่จะส่งผลแย่กว่านี้ตามมา ถ้าไม่รีบ Take Action ใดๆ ซึ่งการทำการตลาดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีหลายๆ แบรนด์ทำแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ในธุรกิจยาสีฟัน ธุรกิจนมหรือเครื่องดื่มบำรุง รวมไปถึงสุขภาพสายตาด้วย วันนี้เพลินก็เลยจะมายกตัวอย่างเคสที่มีการทำการตลาดรูปแบบนี้มาให้

ตัวอย่าง 1: Ensure กับท่าเช็คสุขภาพด้วยเก้าอี้

มีใครไม่รู้จัก Ensure ไหมคะ? เกริ่นก่อนว่า Ensure เป็นเครื่องดื่มโปรตีนสารอาหารครบถ้วนที่ตีตลาดผู้สูงอายุและผู้ป่วยเป็นหลัก เพราะด้วยความที่เค้าสารอาหารครบ และมีส่วนผสมของนมด้วย ยิ่งทำให้ดูดซึมได้ง่าย ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการเบื่ออาหารก็จะสามารถบริโภคได้ง่าย ปัญหาก็คือ คนเราไม่มีใครอยากแก่ที่ต้องดื่มเครื่องดื่มแบบนี้หรอกค่ะ ยกเว้นแต่ว่าลูกหลานซื้อมาให้ แถมเอาเข้าจริง เราก็ไม่รู้ด้วยว่า ต้องแก่เท่าไหนถึงควรทาน หรือต้องรอให้ป่วยติดเตียงก่อน จริงไหมคะ? 

ดังนั้นสิ่งที่แบรนด์ทำก็คือการคิดท่าตรวจเช็คสุขภาพ เพื่อทดสอบความแข็งแรง ซึ่งแบบทดสอบก็ไม่ได้ยาก แค่มีเก้าอี้ตัวเดียว เอาแบบว่าอาม่า อากงสามารถแอบทำแล้วเช็คคนเดียวได้ก็พอ ทั้งท่าลุกนั่ง ท่ายืดขาอะไร แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่า สัญญาณสุขภาพมาแล้ว และคุณสามารถกลับมาแข็งแรง ยกแขนขาได้ปร๋ออีกครั้ง ถ้าดื่ม Ensure นั่นเองค่ะ

ตัวอย่าง 2: Luxoptica แบรนด์แว่นตา ให้คนตรวจสายตาด้วยมือถือ

อีกหนึ่งเคสที่เราเคยเขียนไปแล้วของแบรนด์แว่นตาในต่างประเทศ ก็คือแบรนด์ Luxoptica ที่ใช้มือถือและ Social Media Platform ให้เป็นประโยชน์ในการตรวจให้รู้ไปเลยว่า อ่านไม่ชัดแค่ไหนที่ต้องไปตัดแว่นแล้ว เรียกได้ว่ามีประโยชน์แล้วก็ทำได้ง่ายด้วย กับฟีเจอร์ Instagram Stories ที่คนทำได้ตัวเองบนมือถือ เมื่อไร ที่ไหนก็ได้ค่ะ 

หลักการไม่ยากแค่ถ้าเจอ IG Stories Ad  ของแบรนด์แล้วก็ทดสอบตัวเองดูเลยว่า ยังสามารถมองเห็นอักษรเหล่านั้นได้อยู่หรือเปล่า ถ้ายังสามารถอ่านและมองเห็นได้อยู่ ก็แค่แตะ IG Story ไปทางขวา แต่ถ้าอ่านไม่เห็นแล้ว มองเริ่มไมชัด ก็ควรที่จะ Swipe up เพื่อหาซื้อแว่นจากร้านของเราสักอันนึงนั้นเองค่ะ

ตัวอย่างที่ 3: ยาสีฟัน ให้ใช้ลิ้นถูฟันว่าสะอาดไหม

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือแบรนด์ยาสีฟันค่ะ สิ่งที่เค้าต้องการให้คนรู้สึกก็คือความสะอาดของสุขภาพช่องปากว่า แปรงขนาดไหนที่บอกว่าฟันสะอาดแล้วนะ ก็เลยออกท่าเช็คความสะอาดของฟันออกมา ด้วยการเอาลิ้นถูฟันหรือมือขัดไปที่หน้าฟันดูค่ะ ถ้าได้ยินเอี๊ยดเมื่อไรก็แปลว่า ฟันของคุณสะอาดแล้ว แต่ถ้ายังก็แปลว่าคุณอาจจะไม่ได้ใช่ยาสีฟันและแปรงของแบรนด์เค้าเลยไม่สะอาดนั้นเองค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็คือตัวอย่างของการทำการตลาดแบบหนึ่งของ Behavior Marketing หรือการสะกิดให้คนรู้ถึงปัญหาว่าต้องใช้สินค้าของเราเมื่อไร และทำไมต้องใช้ โดยการสะกิดให้ลูกค้ารู้ตัวก่อน ใช้เพื่อป้องกันไว้ก่อน อย่ารอให้สายเกินแก้ไข ใครที่ทำแบรนด์หรือสินค้าที่สามารถใช้การตลาดแบบนี้ได้ อย่าลืมลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *