Crisis to Opportunity – เพราะเงียบดี เลยอยากชวนมา Work From Sea กัน

Crisis to Opportunity – เพราะเงียบดี เลยอยากชวนมา Work From Sea กัน

ถ้าถามว่าธุรกิจไหนที่โดนผลกระทบจาก COVID19 มากที่สุด ทุกคนก็คงเห็นภาพและคิดเหมือนกันว่ามันคือธุรกิจท่องเที่ยว หลายๆ จังหวัดหรือโรงแรมก็จำเป็นต้องปิดตัวไป ใครมีสายป่านยาวก็ดึงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยเป็น Tourist Destinations วันนี้ก็ต้องขอซบบ่าคนไทยด้วยกันหน่อย เพราะนอกจากลูกค้าต่างชาติจะหายแล้ว ยังต้องลดราคาเพื่อดึงคนไทยให้มาอีก วันนี้จะมาแชร์กลยุทธ์ของโรงแรม Koh Kood Paradise Beach ที่ใช้วิกฤตความเงียบเปลี่ยนเป็นความสงบ เพื่อมาดึงลูกค้าชาวไทยให้มาพักด้วยคอนเซป Work From Sea

ต้องบอกว่าเกาะกูดไม่ใช่ Dream Destination ในเมืองไทยของใครหลายคน เพราะถ้าคิดถึงเกาะ อยากเที่ยวเกาะ ดำน้ำ กินอาหารทะเลแซ่บๆ เราก็จะไปคิดถึงเกาะอื่นๆ แทนใช่ไหมคะ? แต่เพราะมี COVID19 ที่ทำให้คนทำงานหลายๆ คนได้เรียนรู้ว่างานหลายๆ อย่างใน Office นั้นสามารถทำที่บ้านแทนได้ คนเริ่มปรับตัวกับการทำงานแยกกัน ไม่ต้องนั่งเบื่อในห้องประชุมร่วมกันทุกวัน คนมี Zoom มี Hangouts และยัง Connect กันได้แบบเรื่อยๆ ทำให้ Work From Home กลายเป็นเรื่อง New Normal ไปในเวลานี้

เพราะจุดนี้เลยค่ะ ที่โรงแรมเกาะกูด พาราไดซ์ บีช รีสอร์ทเข้าได้หยิบมาเล่น ว่าถ้าหากคนสามารถ Work From Home ได้ ก็จะต้อง Work From Sea ได้เหมือนกัน แค่เปลี่ยนจากบ้านมาเป็นทะเล ที่ได้ทั้งวิว ได้ทั้งบรรยากาศแบบชิลๆ ทำงานแบบ Work Life Balance ของจริง

โดยจุดด้อยของเกาะกูดที่หยิบมาเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในวันนี้ก็คือ การที่เกาะกูดไม่ได้มีสิ่งเร้าใจอะไรมากมายให้เราหลงไปในแสงสี มันไม่เหมือนภูเก็ต เกาะพงัน หรือหัวหิน พัทยา สมุย ที่เราต้องแพลนเลยนะ ว่าไปทริปแล้ว Day 1 ไปไหน Day 2 ดำน้ำนะ วันต่อไปขอคาเฟ่บ้าง เป็นต้น เพราะเกาะกูดนั้นแม้เป็นเกาะใหญ่ แต่ข้างในยังค่อนข้างดิบแบบรมรื่นย์มากๆ ไปไหนก็ได้เจอคนพื้นที่ ที่ชวนเราคุยอยู่ตลอด

เพราะฉะนั้นจึงเหมาะมาก กับคนที่มือขวาทำงาน อีกมือแพลนทริปเนี่ย ให้มาจบลงที่นี่ เพราะมันสามารถตอบโจทย์ Lifestyle ได้ทั้ง 2 แบบเลยค่ะ เวลาทำงานเรามองหน้าจอคอม แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอวิวและบรรยากาศสงบๆ ไม่จอแจ มีเสียงคลื่นซัด ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ไม่อุดอู้ ความคิดไหลลื่นมากขึ้น เคยเป็นเหมือนเพลินไหมคะ? เวลาที่เรานั่งอยู่ที่เดิม ในห้องหรือโต๊ะออฟฟิศนานๆ ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายแต่งานกลับไม่ไปไหนสักที เหมือนย่ำอยู่กับที่ เพราะหัวสมองเราตัน คิดไอเดียไม่ออกเลย สุดท้ายจบลงที่ เราเดินไปห้องน้ำ ไปเซเว่น ไปแวะพักซื้อชานมไข่มุก พอกลับมาดูงานใหม่ ถึงเริ่มได้ Flow การทำงานดีขึ้น

Work From Sea
Work From Sea

ล่าสุดทีมการตลาดวันละตอนเองก็ได้โอกาสไป Work From Sea ที่เกาะกูดมาแบบ 4 วัน 3 คืน กับโรงแรม Koh Kood Paradise Beach บอกตรงๆ ว่าหัวใสมากทุกวัน ปกติเวลาเพลินนั่งเขียนบทความ เขียนชิ้นนึงจะกินเวลาไปหลายชั่วโมงอยู่ เพราะกว่าเพลินจะเลือก Topic ที่ Spark Joy เอามาแปล สรุป ทำภาพ เอาลงเว็บ พูดเลยว่ามี 3-4 ชั่วโมง แต่ตอนอยู่ที่นู้น เพลินเปิดคอมบนโต๊ะ ที่มองไปเห็นเป็นวิวต้นมะพร้าว มีน้ำทะเลอยู่ไม่ไกล เวลาคิดอะไรไม่ออกก็เงยหน้าขึ้นมาสูดหายใจเข้าลึกๆ 1 ที หัวสมองก็เริ่มแล่น พร้อมเขียนต่อและ Finished บทความได้ในระยะเวลาที่สั้นลงมา 1-1 ชั่วโมงครึ่งได้เลยค่ะ

นอกจากนี้ กับการที่ทีมการตลาดวันละตอนเรายกทีมกันไปหมดครบแก็ง ก็ทำให้เราได้เห็นถึงข้อดีของการทำงานริมทะเลสงบๆ อีกอย่างนึง นั่นก็คือการที่เราสามารถเปลี่ยนเรื่องงานให้มันเบาขึ้นตามบรรยากาศที่เราอยู่ ถึงแม้ว่าเรากำลังจะคุยเรื่อง Data กลยุทธ์ต่างๆ แต่เพราะเราอยู่ริมทะเลชิลๆ มันก็เลยกลายเป็นการ Session แชร์ไอเดีย Brainstorm ร่วมกันจาก Data ที่เราเห็นมากกว่าการแบ่งงานไปแล้วต่างคนต่างทำในห้องหรือที่บ้านแคบๆ ค่ะ

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มตั้งคำถามว่า เอ๊ะ.. แล้วมี Internet ไหม บอกเลยว่ามีนะคะ สัญญาณชัดเจน ไม่ติดขัด ทีมเราสามารถโหลด Data มาดูและ Discuss ได้ทั้งในห้องพักและริมสระน้ำเลย ที่น่าทึ่งคือเราสามารถ LIVE สดผ่านเพจได้เป็นชั่วโมงๆ แบบไม่มีสะดุดเลยค่ะ เพราะฉะนั้น อย่าเอาเรื่อง Signal มาเป็นข้ออ้างที่จะไม่มาทำงานริมทะเลบนเกาะกูดนะ เพราะเราลองมาแล้วค่ะ

เดี๋ยวจะมาแชร์บรรยากาศการทำงานริมทะเลให้ดูกันค่ะ ว่ามันได้ทั้ง Work แล้วก็ Life แบบ Balance ลงตัวจริงๆ แค่มาถ่ายรูปลง Social ให้เพื่อนที่กำลังทำงานอยู่ออฟฟิศ หรือประชุมอยู่กับหัวหน้าเห็น ก็อิจฉาตาร้อนแล้วอะ

Work From Sea
Work From Sea

อีกหนึ่งข้อดีสำหรับนักการตลาดที่อยากให้ลองมาทำงานบนเกาะกูดแบบนี้ คือการได้สัมผัสชาว Local และคนที่เข้ามาทำงานในเกาะจริงๆ ดู ก็จะพบ Insight เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างคนในพื้นที่ ที่พอได้คุยกับคนที่อาศัยอยู่บนเกาะกูดมา 5 ปี ก็ได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว ชาวบ้านแถวนั้นเรียกได้สนิทกันเกือบหมดจนรู้กันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใครทำอะไร ที่ไหน อย่างใครขายที่ให้ใครก็รู้ ขนาดที่ว่าไม่ต้องมีใบโฉนด อาศัยสัญญาใจก็เอาอยู่ เพราะถ้าวันหน้ามาทวงที่คืน ก็ยกพยานทั้งหมู่บ้านที่รู้มาช่วยจัดทัวร์ อะไรทำนองนี้เลยค่ะ

อีกหนึ่ง Insight ที่เราพบเห็นคือ Behavior การเปิดเพลงตามบาร์ของ Bartender ที่นู้น เค้าเน้นง่ายๆ บ้านๆ เปิดตาม YouTube โฆษณามาก็ไม่กด Skip แล้วเลือกเอาขอแบบ Top Hit Smash แบบ 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงแล้วปล่อยให้มันไหลไปเรื่อยๆ อีกอันคือการเปิดเพลงฮิตจากแพลตฟอร์ม TikTok ที่เอามา Mix ยาวๆ บน YouTube เห็นแบบนี้ น่าจะมีแบรนด์เครื่องดื่มน่าจะลงมาเล่นตลาดเพลง เพราะยังไงซะ เวลาดื่มมันก็ต้องมีเพลงคลอไปด้วยอะเนอะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพลินก็อยากชวนทุกคนที่มีกำลังจ่าย ลองพับ Laptop ตัวเอง เก็บสายชาร์จออกเดินทางไปเกาะกูด จ.ตราดดู เพราะวันนี้มันไม่ใช่แค่เราได้เที่ยว เราได้ทำงาน สมองปลอดโปร่ง แต่ถ้าเราไป เรายังได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ Support Local Business ที่เค้าพยายามกันหนักมากที่จะพยุงพนักงานเอาไว้ให้ครบทุกคนจนวันนี้ที่สถานการณ์มันเริ่มคลี่คลายค่ะ

ดังนั้นใครที่ช่วง Work From Home บ่นว่าอยากไปเที่ยว อยากไปทำงานริมทะเล เท้าแตะทราย เงียบๆ ใช้ชีวิต Slow Life บอกเลยว่าตอนนี้นี่แหละคือโอกาสอันดีเยี่ยมแล้ว เกาะกูดเป็น Perfect Destination จริงๆ เพราะมันสงบ ปลอดโปร่งมากๆ ส่วนที่พักสามารถลองหาดูเพิ่มได้ แต่ถ้าอยากได้แบบส่วนตัว เงียบ บรรยากาศดี ติดทะเลแค่เดินมา 5 ก้าว พร้อมอาหารอร่อย มีสระว่ายน้ำแบบที่ทีมเราไปมา ต้องที่ Koh Kood Paradise Beach Resort เลยนะคะ

ส่วนใครที่สนใจอยากอ่านบทความที่ใช้เทคนิค Turn Crisis into Opportunity เพิ่ม สามารถกดที่ลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ >> https://www.everydaymarketing.co/?s=crisis

Plearn Wisetwongchai

Plearn Wisetwongchai

Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์ @Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *