มาเลอะกันเถอะ แล้ว Omo จะเล่านิทานให้ฟัง

มาเลอะกันเถอะ แล้ว Omo จะเล่านิทานให้ฟัง

ความสกปรกเลอะเทอะ ที่ครั้งนึงเป็นที่ไม่ต้องการของพ่อแม่ สมัยเด็กๆคนรุ่นผมที่สามสิบอัพขึ้นไปมักจะโดนดุเวลาเล่นนอกบ้านแล้วเนื้อตัวเลอะเทอะว่าอย่าซนให้มากนัก Omo จึงออกแคมเปญนี้มา

Omo

วันนี้เสียงดุแบบนั้นนั้นเปลี่ยนไป เมื่อเด็กสมัยใหม่กลับไม่รู้จักออกไปเลอะนอกบ้านเลย เพราะเด็กสมัยนี้ติดจอมือถือหรือแท็บแล็ตมากกว่าตอนผมเป็นเด็กติดทีวีมากมายนัก…

Omo

เพราะสมัยก่อนการจะดูทีวีที่มีรายการเด็กแต่ละทีไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่ค่อยมีฐานะอย่างผมก็ได้แต่ต้องรอดูวันหยุดกับช่อง 9 การ์ตูนเท่านั้น

Omo

แต่เด็กสมัยนี้มีแอพมากมาย เอาแค่ YouTube ก็มีวีดีโอการ์ตูนให้ดูไม่รู้จบ ไหนจะเกมที่พร้อมให้ดาวน์โหลดเล่นได้ฟรีอีกเป็นหมื่นแสนเกม

ไม่รู้เหมือนกันว่าน่าอิจฉาหรือเห็นใจเด็กสมัยนี้นะครับ ที่มีเกมและการ์ตูนเป็นตัวเลือกให้เลือกเยอะมาก มากจนไม่ได้เลือกออกไปเล่นสนุกด้วยร่างกายตัวเองบ้างเลย

Omo

ปัญหานี้เป็นความกังวลของพ่อแม่สมัยใหม่มาพักใหญ่แล้ว ในวันที่ตัวพ่อแม่เองก็ติดมือถือไม่แพ้ลูก แม้จะอ้างว่าต้องทำงานก็ตามที ทางผงซักฟอก Omo หรือ Persil ในบางประเทศที่ประกาศจุดยืนยาวนานว่า Dirt is Good หรือ ยิ่งเลอะซิดี แต่กับเด็กสมัยนี้กลับหารอยเลอะเปอะเปื้อนได้ยากมาก เพราะไม่ออกไปเล่นนอกบ้านเพราะมัวแต่หมกอยู่หน้าจอทั้งวัน

หรืออย่างมากถ้าจะเลอะก็คงเป็นคราบอาหารเล็กๆน้อยๆที่กินไปเล่นไปเสียมากกว่า

ทาง Omo เลยสร้างหนังสือนิทานขึ้นมาเล่มหนึ่ง ที่เปิดดูจะไม่เห็นอะไรเลยมีแค่หน้ากระดาษขาวๆ แต่หน้ากระดาษขาวๆที่ว่างเปล่านี้เองที่รอให้เด็กมาเติมเต็มเรื่องราวด้วยการเลอะจากการเล่นกับดินนอกบ้าน



เมื่อยิ่งเอามือเปื้อนดินมาป้ายๆถูๆกับหน้าหนังสือ เรื่องราวนิทานในเล่มก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมา จากนั้นจิตนาการก็จะได้รับการเติมเต็ม

แถมหนังสือนิทานเลอะๆเล่มนี้ไม่ได้ทำออกมาเล่นๆ เพราะทางผู้ใหญ่ข้าราชการก็ส่งเสริมให้เด็กออกมาเล่นนอกบ้านหรือออกห่างจากหน้าจอบ้าง ก็เลยส่งเสริมให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในแฟ้มผลงานสำหรับการเรียนต่อในชั้นมัธยม



โลกเปลี่ยนไปมากจากวันที่เรายังเด็ก ครั้งนึงการเลอะเคยเป็นเรื่องที่ต้องระวัง แต่วันนี้การเลอะกลับเป็นสิ่งที่พ่อแม่เรียกร้องให้ลูกออกไปเล่น เล่นเพื่อเรียนรู้ทักษะ เล่นเพื่อเรียนรู้การใช้กล้ามเนื้อ เล่นเพื่อเรียนรู้การเข้าสังคม และเล่นเหมือนที่ครั้งนึงพ่อแม่เองเคยเล่น

ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กยุคหน้าจะติดอะไร เราจะกลับไปเป็นมนุษย์ผู้ใช้ชีวิตติดดิน หรือจะกลายเป็นคนเท้าไม่ติดดินจนไม่รู้จักว่า “เลอะ” คืออะไร

ลองดูคลิปของแคมเปญนี้เต็มๆได้ที่ลิงก์นี้ครับ แล้วคุณจะคิดถึงตอนเป็นเด็กแบบผม
https://www.youtube.com/watch?v=44zV9rohT1A

ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://www.everydaymarketing.co/

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *