เมื่อเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นอีกหนึ่งหัวใจของการทำธุรกิจให้เกิดกำไร โดย Modernform

เมื่อเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นอีกหนึ่งหัวใจของการทำธุรกิจให้เกิดกำไร โดย Modernform

PR / ก่อนอื่นต้องบอกว่าเสียดายที่ไม่สามารถไปร่วมงานในปีนี้กับ Modernform ได้ ในฐานะที่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ผมชื่นชอบแนวคิดตั้งแต่การเปิด Co-Working Space ที่ BTS เพลินจิตให้ใครก็ได้เข้ามานั่งทำงานฟรี จะนั่งทั้งวันก็ยังได้ แถมยังมีเน็ตฟรี น้ำฟรี ห้องน้ำสะอาดดีให้บริการอีก บอกตรงๆผมประทับใจกับการสร้าง experiene marketing ของแบรนด์นี้ตั้งแต่เห็นครั้งนั้นแล้วครับ ก็เลยขอเอาข่าวประชาสัมพันธ์มาลงให้แทน เพราะแบรนด์ Modernform นี้เค้าไม่ได้ขายแค่เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน แต่เค้าเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจให้เกิดกำไรโดยใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นเครื่องมือว่าจะทำอย่างไรให้บุคลากรขององค์กรทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

โมเดอร์นฟอร์มเปิดตัวนวัตกรรมสำนักงานที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ ภายใต้แนวความคิด THE WAY WE WORK 5th Edition “Working in TheCoolLivingPlace”

Modenform Workplace ผู้นำเฟอร์นิเจอร์สำนักงานครบวงจร ที่สร้างสรรค์บรรยากาศและแรงบันดาลใจในการทำงาน พร้อมเติมเต็มความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน

โดดเด่นด้วยรูปแบบสินค้าที่ทันสมัย ประสิทธิภาพการใช้งานครบถ้วน พร้อมแสดงจุดยืนก้าวสู่การเป็น Workplace Solution Provider อย่างครบวงจร ด้วยการเข้าใจในพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน มุ่งมั่นพัฒนาสินค้านวัตกรรมออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปรัชญาการทำงานและแนวคิดแบบ The Way We Work เคล็ดลับทางธุรกิจที่สร้างความแตกต่าง โดยอาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความคิดสร้างสรรค์ ผ่านองค์ประกอบทั้ง 4 ประการที่เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งเป็นหัวใจในการนำเสนอนวัตกรรมผ่านสินค้าและบริการ ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ามาโดยตลอด 

เมื่อการทำงานถูกให้นิยามความหมายใหม่ที่ไม่ได้หมายถึงเรื่องของ Working เพียงอย่างเดียว แต่มองลึกลงไปถึงเรื่องของ Living ควบคู่กันไป

จึงทำให้เกิดการทำงานแบบ Work Life Balancing คือการทำงานให้สมดุล แต่ในปัจจุบัน วิถีการทำงานถูกปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คำว่าสมดุล ถูกตีความในมุมใหม่ ที่เป็นการผสมผสานกันมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นการทำงานแบบ Work Life Harmonizing คือการผสมผสานรวมกันทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตในมิติต่างๆอย่างไร้ขีดจำกัด รูปแบบของสินค้าก็ถูกเปลี่ยนไป เกิดเป็น Product Solution ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เรื่องของการใช้พื้นที่แบบผสมผสานได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งสร้างให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน

สำหรับ The Way We Work ในตอนล่าสุด 5th Edition ถูกนำเสนอผ่านเรื่องของ “Working in TheCoolLivingPlace”

ด้วยการให้ความสำคัญกับคนและการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น เป็น First place ที่แรกสำหรับการทำงาน ต่างกับ Co-working space  ที่ถือว่าเป็น Third place รองมาจาก (work from) home และการทำงานที่ออฟฟิศ หรือพูดง่ายๆว่าเป็นแนวคิดที่จะทำให้ Third pace กลายมาเป็น First place ที่เป็นที่หนึ่งในใจของมนุษย์ทำงาน ทั้งในเรื่อง Emotional และ Functional, เป็น Home มากกว่า House, เป็น Place มากกว่าแค่ Space และสาเหตุที่ไม่ใช่ Co- แต่เป็น Cool ก็เป็นเพราะว่า สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการทำให้เกิด Productivity หรือการช่วยอำนวยให้เกิดผลผลิตจากการทำงาน  เป็นการมองที่ผลลัพธ์, มองที่เนื้อหามากกว่าแค่รูปแบบ ดังนั้นข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากโมเดอร์นฟอร์มก็คือ solution ที่มีข้อมูลจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ การนำเทคโนโลยีทั้ง analogue/digital มาเลือกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมีสไตล์ [productivity with style] ซึ่งจะปรับเปลี่ยนสอดคล้อง ไปตาม Activity-based working ของแต่ละองค์กร

โดยเล่าผ่านสินค้าที่สามารถผสมผสานได้ทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำงาน ไม่มีการแยกกันอย่างตายตัว

ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบไม่เป็นทางการ โทนสีพาสเทล ที่ให้ความรู้สึกสบายในทุกการใช้งาน และการทำงานในบริบทของเฟอร์นิเจอร์บ้าน ที่ให้ความรู้สึก homey ด้วยการใช้งานในรูปแบบของโซฟาและเก้าอี้เลานจ์ ด้วยโทนสี Dark Palette ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู มีรสนิยม ตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบ Functional และ Emotional Benefit ไปพร้อมๆกัน

ในปัจจุบันที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องของ Well-Being สำหรับโมเดอร์นฟอร์มแล้ว เราต่อยอดวิธีคิดด้วยการเข้าใจถึงการใช้งานและความรู้สึกของผู้คนมากยิ่งขึ้น ผ่านองค์ประกอบทั้ง 4 ประการ Worker, Worktool, Workspace, Workplace ในมิติใหม่ ที่ลึกซึ้งและเข้าถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆเพิ่มมากขึ้น

Human : การให้ความสำคัญในมุมมองของ “คน” ที่หมายถึงบุคคลที่มีชีวิต มีความรู้สึก มีความต้องการ โดยมองในบริบทให้ลึกซึ้งมากขึ้น ผ่านเรื่องของการทำงานที่ส่งผลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ, ความรู้สึกจากการใช้งาน ทั้งการมองเห็น การสัมผัส และการได้ยิน (Feel Good Factors) รวมถึงไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ทั้งด้านการทำงานและการพักผ่อนที่ไม่มีเส้นแบ่งกั้นที่ชัดเจนอีกต่อไป ด้วยการคำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมทั้งเรื่องจิตใจ การใช้งาน ไปจนถึงการรองรับเรื่องหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ไปพร้อมๆกัน

Harmony : ปัจจัยและบริบทในการทำงานยุคใหม่ ที่ตอบโจทย์การทำงานแบบผสมผสานกลมกลืนไปกับ Human ในแต่ละรูปแบบ ด้วยการใช้ชีวิตแบบไม่มีข้อกำหนด ไม่ตายตัว แต่เป็นการมองหาสมดุลที่เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล แต่ละหน่วยงาน แต่ละชุมชน ไปจนถึงแต่ละองค์กร เพื่อทำให้ Human นั้นๆ รู้สึกสุขกายสบายใจในการทำงาน

Holistic : การมององค์ประกอบในภาพกว้างแบบองค์รวม แต่ละสิ่งมักมี 2 ด้านเสมอๆ ผ่านการเลือกใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นๆอย่างชาญฉลาดและนำมาผสมผสานให้กลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกจากการใช้งาน การออกแบบสินค้าที่ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ การให้ความสำคัญกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมโดยรวมผ่านทั้งเฟอร์นิเจอร์ แสง เสียง ไปจนถึงการสัมผัสสิ่งต่างๆผ่านบรรยากาศโดยรวม การทำงานและกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในที่ทำงาน เช่น โต๊ะปิงปอง การมี Coffee Bar ให้กับพนักงานเพื่อเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ ไปจนถึงการรองรับการทำงานในยุคปัจจุบันผ่านเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลควบคู่ไปกับการใช้งานแบบอนาลอค อุปกรณ์พื้นฐานของคนออฟฟิศถูกปรับเปลี่ยนจากอุปกรณ์สำนักงาน เป็น WiFi แต่ในปัจจุบันนี้สิ่งที่คนโหยหาและกลายเป็นหนึ่งใน Human Need มากที่สุดนั่นก็คือธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้หรือการเลี้ยงปลาในที่ทำงาน เป็นต้น

Happy : เพราะเป้าหมายสูงสุดของการทำงานนั่นก็คือการให้คน “มีความสุข” ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกอย่างถูกผสมผสานกันได้อย่างสมดุล นำไปสู่การชอบ พึงพอใจ จากความสบายตา สบายกาย และสบายใจ และเมื่อคนมีความสุข แน่นอนว่าย่อมก่อเกิดประสิทธิภาพ (productivity) ในการทำงานได้อย่างเต็มที่ และนำไปสู่เรื่อง Well-Being หรือความเป็นอยู่ที่ดีในที่สุด

เมื่อองค์ประกอบทั้ง 4 เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นในการออกแบบต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของ Human ที่แตกต่างกันมาเป็นอันดับแรก ออกแบบ Worktool ให้ Harmony กับ Human นั้นๆ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมของสภาพแวดล้อมแบบ Holistic เพื่อก่อให้เกิด Happy ในที่สุด ผสานด้วยการเข้าใจ Trend ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาพัฒนาผ่านสินค้าและบริการ เพื่อเป้าหมายสูงสุดขององค์กร นั่นก็คือ ประสิทธิภายในการทำงาน (Productivity) ที่ควบคู่กับสมรรถนะของการทำงาน (Performance) ที่ควบคู่กัน

พร้อมนำเสนอนวัตกรรมผ่าน 2 องค์ประกอบหลัก คือ Product Solution และ Service Solution

Product Solution สินค้าที่ออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมการทำงานในยุคดิจิทัล ด้วยการผสมผสานความเป็นที่ทำงานและที่บ้าน ให้สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ด้วยรูปแบบของสินค้าและการสร้างสรรค์บรรยากาศของสถานที่ ภายใต้แนวคิด ‘Working in TheCoolLivingplace’ และ Office Automation ที่ร่วม co-creation กับ Tech Company อย่าง Smart Storage ที่ควบคุมการเก็บของผ่านหน้าจอหรือ application พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ pass code และ RFID

Service Solution เป็นเจ้าแรกในตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ตอบโจทย์การทำงานในยุคดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  โดยเปิดตัวบริการล่าสุดที่ได้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดกับบริษัทแอ็กซี่ (Exzy) เทคสตาร์ทอัพ ด้วยการพัฒนาบริการ SI (Space in between) เป็นการจำลองพื้นที่จริงของลูกค้า ให้ได้เห็นภาพเสมือนจริง และสามารถเห็นภาพพื้นที่จริงได้แบบ 360 องศา ลูกค้าสามารถออกแบบได้เองผ่านการเลือกสินค้าต่างๆ ใน Product Library โดยการใช้วิธีง่ายๆ อย่าง drag and drop ความน่าสนใจของโปรเจคนี้ คือการเข้ามามีส่วนร่วมของเทคโนโลยีที่ทำให้ดีไซเนอร์และคนทั่วไปได้ทำงานง่ายขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน                

พบกับโมเดอร์นฟอร์มกับความภาคภูมิใจในการเป็น Workplace Solution Provider ที่ตอบโจทย์การทำงานในยุคดิจิทัลได้ครบทั้งสินค้าและบริการ และ ปรัชญาและแนวคิดที่ทำให้โมเดอร์นฟอร์มประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ที่ www.modernform.co.th

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *