Eat the Art ขายชีสอย่างมีศิลป์ ด้วยการใช้งานศิลป์ช่วยขายชีส

Eat the Art ขายชีสอย่างมีศิลป์ ด้วยการใช้งานศิลป์ช่วยขายชีส

แคมเปญการตลาดการขายชีสอย่างมีศิลป์จาก Castello Cheese ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในการขายชีสที่แพงกว่าคู่แข่งอย่างมีระดับ ก็เลยเกิดเป็นแคมเปญที่ชื่อว่า Eat The Art โดยเอาภาพงานศิลปะจากศิลปินดังในยุคศตวรรษที่ 18-19 ที่มีชีสอยู่ในภาพ มาจัดของจริงๆไว้เทียบข้างเพื่อให้คนที่ผ่านไปมาอยากลองชิม

แคมเปญ Eat the Art นี้เริ่มจากการเข้าใจก่อนว่าการจะเพิ่มยอดขายให้ตัวเองได้นั้นไม่ได้มาจากการขายของโต้งๆ แต่มาจากการที่พบว่าถ้าคนได้ลองชิมแล้วจะติดใจจนต้องซื้อติดมือกลับบ้านไปแทบทั้งนั้น

เมื่อเป้าหมายคือการให้คนได้ชิม คำถามคือจะแจก sampling อย่างไรให้คนต้องจำ คำถามสำคัญของการตลาดในครั้งนี้เลยเป็น strategy หรือกลยุทธ์หลักของแคมเปญ Eat the Art นี้คือการแจกตัวอย่างให้คนได้ลองกินแบบน่าจดจำ

เพราะการแจกสินค้าตัวอย่างทั่วไปที่เราเจอเป็นประจำนั้นน่าเบื่อจริงมั้ยครับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งโต๊ะชิม หรือการยืนแจกตามสถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ หรือแม้แต่หน้าตลาดก็แล้วแต่ ของพวกนี้คนส่วนใหญ่ก็แค่ๆรับไป อย่างดีก็เก็บเอาไว้ใช้ แต่จะมีซักกี่คนที่จดจำการแจกของแบรนด์นั้นได้จริงๆ

เมื่อแบรนด์ชีส Castello Cheese เข้าใจในจุดนี้ก็เลยเกิดเป็นไอเดียในการแจกให้คนได้ลองชิมชีสคุณภาพยอดของตัวเองด้วยการใช้งานศิลป์จาก 3 ศิลปินดังที่มักใช้ชีสเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดตัวเองเป็นประจำ ไม่ว่าจะ Jean-Baptiste-Simeon Chardin, Raphaelle Peale และ Antoine Vollon

เมื่อเลือกภาพที่มีชีสเป็นองค์ประกอบของภาพได้แล้ว ก็ถึงคราวจัดของจริงให้มีหน้าตาเหมือนในภาพงานศิลป์ แล้วเปิดเป็นงานนิทรรศการกลางสถานีรถไฟที่คนพลุกพล่านที่สุดอย่าง Grand Central ที่เมืองนิวยอร์กครับ

แคมเปญการตลาด Eat the Art ของ Castello Cheese ครั้งนี้ก็ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเกินคาด เพราะแค่ 2 วันก็มีคนแวะเข้ามาชมไม่ต่ำกว่า 500,000 คนแล้ว แล้วที่สำคัญคือมีคนมาลองชิมชีสมากกว่า 40,000 คนด้วย

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการเข้าใจปัญหาของแบรนด์ เข้าใจว่าอะไรคือจุดสำคัญที่จะทำให้เกิดยอดขาย จนมาสู่การกำหนดเป้าหมายและ strategy ที่ตรงจุด แล้วก็จบที่ไอเดียสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดีเยี่ยมแบบนี้

ถ้า Castello Cheese มัวแต่ตั้งคำถามว่าทำอย่างไรถึงจะเพิ่มยอดขาย ก็คงไม่มีทางได้ผลลัพธ์แบบนี้ ดังนั้นก่อนจะหาคำตอบผมอยากให้คุณลองถามตัวเองว่าคุณใช้เวลากับการตั้งคำถามมากพอหรือยัง

Source:
https://www.becausexm.com/blog/great-experiential-marketing-castello-cheese-s-eat-the-art-pop-up-museum
https://9gag.com/gag/aKg2jMg/a-pop-up-museum-in-new-york-where-you-can-eat-the-art
https://adage.com/creativity/work/eat-art/37142
http://brandactivation.com/castello-cheese-eat-the-art-pop-up-museum-2/

Nattapon Muangtum

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication / ผู้เขียนหนังสือการตลาดแบบรู้ใจ Personalized Marketing, การตลาดแบบฉลาดใช้ดาต้า Data-Driven Marketing และ Data Thinking / เป็นที่ปรึกษาด้าน Marketing และ Data-Driven ให้กับบริษัทบางแห่งและหน่วยงานบางที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *