Lush Naked Shop สาขาแรกในโลกที่สินค้าปลอดขยะพลาสติก 100%

Lush Naked Shop สาขาแรกในโลกที่สินค้าปลอดขยะพลาสติก 100%

ขยะจากบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายที่มักถูกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ว่าจะขวดพลาสติกสำหรับใส่แชมพู หรือตลับสบู่เครื่องสำอาง

ปัญหาส่วนหนึ่งคือข้อความทั้งหลายที่ต้องแสดงไว้ที่บรรจุภัณฑ์ต่างๆตามกฏหมาย ไม่ว่าจะส่วนประกอบ หรือแม้แต่ปริมาณวันหมดอายุ เลยทำให้การจะพิมพ์ข้อความเหล่านี้ที่มีรายละเอียดไม่น้อยลงไปบนบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ นั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำได้

Lush หนึ่งในแบรนด์ที่ Stand for ชัดเจนมากว่าตั้งใจทำเพื่อโลก ก็เลยเกิดไอเดียว่าต่อจากนี้เราจะไม่ใช่แค่ลดการใช้พลาสติก แต่เป็นการกำจัดพลาสติกทั้งหมดออกไปจากสินค้าทุกชนิดของตัวเอง แม้กระทั่งขวดพลาสติกทั้งหลาย และถุงพลาสติกมากมาย เพื่อหันมาใช้วัสดุจากธรรมชาติแท้ๆ หรือไม่ก็ต้องย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติได้เต็มร้อย

แล้ว Lush จะเอาอะไรมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่ครีม แชมพู หรือของเหลวของตัวเองดีล่ะ?

Lush ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการเอาวัสดุธรรมชาติมาอัดขึ้นรูปให้เป็นของแข็งคล้ายที่พลาสติกทำได้ และแม้จะไม่รูปร่างได้มาตรฐานเท่ากันเป๊ะทุกขวด แต่ก็แก้ปัญหาขวดขยะพลาสติกแบบเดิมไปได้ร้อยเปอร์เซนต์

แต่ปัญหายังไม่จบแล้วการให้ข้อมูลทั้งส่วนผสม รวมไปถึงวิธีการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่กฏหมายบังคับไว้ให้แสดงให้ชัดเจนก่อนลูกค้าจะตัดสินใจซื้อล่ะ

ก็ในเมื่อไม่สามารถพิมพ์ลงไปตรงๆบนขวดที่ไม่ใช่พลาสติกได้ งั้นก็ใช้ AI ช่วยในการบอกว่าไอ้ขวดที่ถืออยู่ตรงหน้าเนี๊ยะคือขวดอะไร แล้วมันมีรายละเอียดทั้งส่วนผสมและการใช้งานอย่างไรบ้างแทนก็ได้

ด้วยเทคโนโลยีในยุค 5.0 อย่าง Machine Vision ที่ Lush เอามาใช้ผ่านแอพที่ชื่อว่า Lush Lens นี้ สามารถบอกรายละเอียดของสินค้าทุกชนิดในร้าน Lush โดยไม่ต้องใช้พิมพ์ฉลากพลาสติกหรือกระดาษออกมาแม้แต่แผ่นเดียว แค่เปิดแอพแล้วเอามือส่องไปที่สินค้าแต่ละชิ้น ง่ายๆเท่านี้มันก็พร้อมให้รายละเอียดได้ทุกเมื่อที่อยากอ่าน

เป็นยังไงครับ ฟังดูน่าทึ่งใช่มั้ยล่ะ

คุณอาจมีคำถามว่า อ้าว ก็ในเมื่อแต่ละขวดหรือของแต่ละชิ้นนั้นรูปทรงไม่เหมือนกัน แถมยังพิมพ์ลงไปที่วัสดุไม่ได้ แล้วเจ้าแอพ Lush Lens นี้มันจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นอะไรล่ะ

ก็อย่างที่บอกครับว่าด้วยเทคโนโลยี Machine Vision ของ AI ที่แค่เห็นก็บอกได้แบบไม่ผิดพลาดแล้ว ไม่ว่าจะด้วยสี หรือรูปทรงสัญลักษณ์อะไรบางอย่างบนบรรจุภัณฑ์ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้น แต่ Lush Lens ก็ตอบได้เป๊ะไม่ผิดพลาดครับ

และทั้งหมดนี้คือการทำตามจุดยืนของแบรนด์ ที่เริ่มต้นทำจริงแล้วกับ 3 สาขาแรกที่กรุงเบอร์ลิน มิลาน และ แมนเชสเตอร์ ภายใต้ชื่อร้านใหม่ว่า Naked Shop เพราะอย่างที่บอกว่าไม่มีอีกแล้วบรรจุภัณฑ์ที่หุ้มตัวผลิตภัณฑ์ เพราะตัวผลิตภัณฑ์ที่คุณซื้อนั้นแหละ ถูกเอามาอัดขึ้นรูปทำให้แข็งพอที่จะเป็นตัวบรรจุภัณฑ์ได้ในตัวมันเอง

อยากเห็นหลายแบรนด์ที่อ้างว่ารักโลกนั้นทำอะไรเพื่อโลกแบบนี้บ้าง แม้ในระยะสั้นอาจจะไม่เห็นผล แต่ในระยะยาวคุณมั่นใจได้ว่าคนที่ซื้อสินค้าคุณอาจไม่ได้ชอบในตัวสินค้าคุณมากนัก แต่เค้ารักในจุดยืนที่คุณมีร่วมกับเค้าเรื่องการรักษ์โลกอย่างที่ Lush ทำนี่แหละครับ

สุดท้ายแล้วโลกเรามีใบเดียว ถ้าเราไม่รักษามันไว้ แล้วเราจะไปหาดาวดวงใหม่ที่ไหนที่น่าอยู่เหมือนโลกได้อีกล่ะครับ

Source:
https://uk.lush.com/article/lush-naked-shop-inside-packaging-free-cosmetic-stores
https://www.elle.com/uk/beauty/body-and-physical-health/a25856732/lush-open-first-naked-shop/
https://www.forbes.com/sites/alicebonasio/2018/06/17/how-technology-can-help-tackle-the-plastics-pollution-crisis/?fbclid=IwAR3Ge0Un9ttQ_0if8QfgTiMzRzt26pNxpFKnEmkPrSRD_rDiTzQB4BGC4ag#26a1ba224955

Nattapon Muangtum

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน / ที่ปรึกษาให้กับเอเจนซี่และธุรกิจต่างๆ / อาจารย์วิชา Data-Driven Communication ที่ PIM / นักอ่านหนังสือ / เจ้าของเพจอ่านแล้วเล่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *